feb 12 exhibition spotlight: February
Dwelling in a Space
Gi-ok Jeon ศิลปินหญิงชาวเกาหลีผู้นี้ได้มาอาศัยอยู่ในประเทศ
ไทย เป็นเวลานานแล้ว รวมถึงก่อนหน้านี้เธอก็เคยใช้ชีวิตเป็นนักศึกษาอยู่ ทั้งในประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา ดังนั้นเรื่องราวของความผิดแผก จากสังคมในท้องถิ่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับเธอ Jeon ใช้ศิลปะ เป็นเครื่องมือเพื่อทำความเข้าใจกับสภาพ-
แวดล้อมและวัฒนธรรมที่อยู่ รายรอบตัวเธอ เธอใช้การผสมผสาน
ระหว่างเทคนิคดั้งเดิมของเอเชีย ตะวันออกอย่างเช่นการวาดภาพด้วยหมึก การทำภาพพิมพ์ลายบนไม้ ตลอดจนการใช้วัสดุที่เป็นสิ่งทอและผ้าปักลวดลายต่างๆ เพื่อสรรค์สร้าง เป็นศิลปะจัดวางที่มีมิติคาบเกี่ยวอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความดั้งเดิม และความ
ทันสมัย
Dwelling in a Space ที่ Galerie N เป็นนิทรรศการชิ้นล่าสุด
ของเธอที่มีอัตลักษณ์เป็นธีมขับเคลื่อน Jeon นำเอาวัตถุที่สาน
ขึ้นมาจากลวดที่ดูเปราะบางไปแขวนไว้บนอากาศ เพื่อให้เกิดเงาทอดลงบนภาพวาดลูกสาววัยเยาว์แสนขี้เล่นและมีชีวิตชีวาของ
เธอ นี่คือมุมมองของคุณแม่ที่มีลูกเป็นลูกครึ่ง เธอวาดภาพลูกสาวสวมใส่ชุดผ้าถุงลวดลายและสีต่างๆ กัน เราจะเห็นลายผ้าถุงนี้บนกิ่งก้านของต้นไม้ที่มีกรงลวดเสียบอยู่ด้วย นั่นคือการสื่อถึงความ
สัมพันธ์ในเชิงมิติประกอบกับการใช้สัญลักษณ์ในเชิงวัฒนธรรมในเวลาเดียวกัน
Jeon เคยศึกษาศิลปะโบราณแห่งการวาดภาพด้วยภู่กันหมึกของจีนมา แล้ว ในขณะนี้เธอกำลังเพิ่มพูนศักยภาพของตนเอง
ด้วยการเรียนเทคนิคภาพพิมพ์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
21 กุมภาพันธ์ – 25 มีนาคม
(เปิดงาน 21 กุมภาพันธ์ เวลา 18.30 น.)
Galerie N, 139/5 Wireless Rd |
02-252-1592 | Tue-Sun 10am- 7pm |
www.galerienbangkok.com | MRT Lumphini
ด้วยความปรารถนาที่จะเผย แพร่ความรู้เรื่องการวาดภาพของเธอ
และถ่ายทอดศิลปะดั้งเดิมนี้ให้ คงอยู่คู่สังคมต่อไป เธอจึงริเริ่ม
กิจกรรมประจำปีชื่อ JeOn Art Booth ขึ้นเป็นเหมือนชุมชนของ
นักวาดภาพภู่กันหมึก ซึ่งมีนิทรรศการมานำเสนอ อย่างสม่ำเสมอ
สำหรับท่านที่สนใจเรื่องการวาดภาพภู่กันแนวตะวันออก สามารถ
เข้าเรียนในเวิร์คช็อปต่างๆ ซึ่งเธอจัดที่ Galerie N ได้ตลอดระยะ
เวลาของการจัดนิทรรศการนี้
jan 12 exhibition spotlight: January
-
Mueng Krung Mueng Thep (2).jpg -
Mueng Krung Mueng Thep (1).jpg -
Mueng Krung Mueng Thep.jpg
เมืองกรุง เมืองเทพ
ผลงานภาพถ่ายล่าสุดในชื่อ “เมืองกรุง เมืองเทพ” ของคุณสมศักดิ์
พัฒนพิฑูรย์สะกิดเปลือกนอกลงไปลึกกว่าแนวเดิมๆ ของเขาเพื่อค้นหาความศักดิ์สิทธิ์ที่แฝงตัวอยู่ในสังคมเมืองที่นับวันยิ่งจะพัฒนาจนซับซ้อนขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง
คุณสมศักดิ์ที่จริงแล้วมีอาชีพหลักเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวัดสาย
ตาดังนั้นว่าด้วยเรื่องมุมมองของมนุษย์แล้วเขาจึงรู้ดีไม่แพ้ใคร และเมื่อประกอบกับความสนใจที่มีให้กับการถ่ายภาพแล้วคุณสมศักดิ์จึงเริ่มหัด
เรียนรู้ด้วยตนเองอย่างจริงจังเมื่อราวสิบปีก่อน จนในที่สุดจึงพัฒนาไป
ถึงขั้นที่ได้รับตำแหน่งเป็นกรรมการประจำสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ด้วย
แรงบันดาลใจสำหรับภาพชุด “เมืองกรุง เมืองเทพ” เกิดขึ้นในช่วง
วันหยุดปีใหม่ที่รถราและผู้คนหายไปจากถนนหนทางและทางเดินต่างๆ เหลือเพียงเนื้อปูนและโลหะของอาคารต่างๆที่ดูอ้างว้างไปผิดตา ความ
เงียบสงบที่หาได้ยากนี้เอง เป็นช่องจังหวะให้คุณสมศักดิ์เก็บภาพ
กรุงเทพมหานครในช่วงเวลาที่จะมีเหลือก็แต่เพียงดวงวิญญาณเจ้าที่
ี่และเหล่าเทวดาเท่านั้นที่จะท่องไปตามแห่งหนต่างๆ โดยคุณสมศักดิ์
ิ์เลือกเพิ่มอารมณ์ความหลอนด้วยการใช้ฟิล์มอินฟราเรดเพื่อบันทึกแสงธรรมชาติในอีกรูปแบบหนึ่งของภาพขาวดำด้วย
ภาพชุดนี้ยังคงเล่นธีมจากภาพชุด “รากไทย” ซึ่งถ่ายทำที่จังหวัด
อยุธยาระหว่างปี ค.ศ. 2005-2007 ธีมที่ว่านี้ก็คือสถาปัตยกรรมของวัด
วาอารามต่างๆ ที่กระจายตัวอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพมหานครนั่น
เอง คุณสมศักดิ์เสนอภาพความแตกต่างระหว่างสิ่งสร้างเพื่อการบูชา
เหล่านี้เปรียบเทียบกับอาคารที่เป็นอิฐปูนทั่วไป และในความแตกต่างนี้
ี้เองเราจึงได้พบกับการหลอมรวมขององค์ประกอบที่ผสมกันจนเป็นชีวิตอย่างที่เรารู้จักกัน
16 มกราคม - 10 กุมภาพันธ์
Art Centre, Silpakorn University ,
31 Na Phra Lan Rd (opp the Grand Palace)| 02-221-3841 | Mon-Fri 9am-7pm,
Sat 9am-4pm l www.art-centre.su.ac.th
ภาพชุด “เมืองกรุง เมืองเทพ” นี้เหมือนเป็นการชี้บอกแบบกลายๆ
และไม่ยัดเยียดว่าอนาคตของเมืองใหญ่และอนาคตของมนุษยชาติกำลังดำเนินไปในทิศทางใด คุณสมศักดิ์ช่วยกระตุ้นเราเบาๆ ให้เราถอยหลังมาหนึ่งก้าวเพื่อทบทวนและประเมินถึงสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ในทุกวันนี้ในเส้น
ทางสู่ความเจริญและความก้าวหน้าของเรา
dec 11 exhibition spotlight: December
Charles LaBelle
Buildings Entered โปรเจคต่่่่่่่อเนื่องตลอดชีพของ Charles LaBelle
ศิลปินชาวอเมริกันผู้เริ่มต้นเก็บภาพอาคารที่ตัวเขาเองได้เข้าไปเยี่ยม
เยือนมาตลอดสิบสี่ปีก่อนหน้านี้ ปัจจุบันเขามีภาพอาคารมากกว่า
13,000 แห่ง และเพิ่มขึ้นเกือบทุกวัน หากจะเรียกว่า โปรเจคเป็น
เหมือนสมุดไดอารี่และเป็นชิ้นงานเชิงประวัติศาสตร์ หรือเป็นจุดเชื่อม
โยง ระหว่างชีวิตของตัวศิลปินเองและสถานที่ต่างๆ ของโลกใบนี้ก็คง
จะไม่ผิดแต่อย่างใด
LaBelle บันทึกภาพด้วยกล้องถ่ายรูปแต่ไม่เคยนำภาพถ่ายเหล่านั้นมาจัดแสดง วิธีการของเขาก็คือ หยิบยกเอาภาพของบางอาคาร
มาวาดด้วยดินสอสีน้ำบนพื้นเกสโซที่ละเลงบนแผ่นหน้ากระดาษจาก
หนังสือที่มเีนื้อหาเกี่ยวข้อง
ภาพวาดสถานที่ต่างๆ เหล่านี้สามารถสื่อถึงความสัมพันธ์ในเชิง
กายภาพ และการแสดงออกเชิงปรัชญาที่ตัวศิลปินมีให้กับสถานที่ที่ได
้ไปเยือน นอกจากรูปลักษณ์ทางภูมิศาสตร์ ความแตกต่างทางด้าน
สถาปัตยกรรม และลักษณะทางวัฒนธรรมที่ปรากฏให้เห็นในที่นี้
ผลงานของ LaBelle ยังสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบ พฤติกรรมของเขา
รวมไปถึงแนววิธีการสรรค์สร้างเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ตที่แสดงถึงการ
อ้างอิงถึงช่วงเวลาอีกด้วย
โปรเจคเดี่ยวโปรเจคแรกในประเทศไทยของศิลปินชาวอเมริกัน
จากฮ่องกงผู้นี้ จะจัดแสดงที่ Number 1 Gallery ในลักษณะศิลปะการจัดวางที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ ภายใน
นิทรรศการคุณจะได้พบกับภาพวาดสองชุด ได้แก่ Corpus ซึ่งประกอบด้วยภาพสเกทช์ 200 ภาพและผลงานใหม่ A Kind of Counter Sublime (Bangkok Selects 2008 / 2010 / 2011) ซึ่งนำเสนอภาพ
เพิ่มเติมอีก 100 ภาพ
Number 1 Gallery , Silom Galleria B1, 919/1 Silom Rd
Soi 19 | 02-630-3381 | Mon-Sat 10am-7pm, Sun 11am-6pm | www.number1gallery.com | BTS Surasak
17 ธันวาคม - 21 มกราคม
นิทรรศการในครั้งนี้เป็นเหมือนการเล่าเรื่องราวที่ไม่เคยถูกบอกเล่า
มาก่อน เป็นทั้งการเฉลิมฉลองและการวิพากษ์สิ่งที่ Walter Benjamin
ใช้วลีเรียกว่า “การฉายภาพเงามหานครสมัยใหม่” นิทรรศการนี้เดินทางบนเส้นขนานกับความงามทางโครงสร้างของตัวเมืองที่อยู่ภายนอก
ด้วยการใช้วัสดุที่เป็นไม้เพื่อให้เกิดเป็นสภาพแวดล้อมที่แปลกใหม่ขึ้น
ภายในแกลเลอรี่ ในงานนี้ LaBelle จะจัดกิจกรรมบรรยายพิเศษเรื่อง
งานศิลป์ของเขาพร้อมเปิดตัวหนังสือ Corpus ด้วยโดยที่ The Reading Room ในวันพุธที่ 21 ธันวาคม เวลา 19.00 น.
nov 11 exhibition spotlight: November
Primitive
ผู้กำกับหนุ่มอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุลจากเชียงใหม่ทำให้วงการ
ภาพยนตร์เอเชียยกระดับพุ่งสูงขึ้นอีกขั้นหนึ่งเมื่อเขาได้รับรางวัล Palme d’Or ปี 2010 ภายในงาน Cannes Film Festival ด้วย
ภาพยนตร์เรื่อง “ลุงบุญมีระลึกชาติ” (2009) ซึ่งเต็มอิ่มไปด้วยเรื่อง
ราวของความฝัน ความทรงจำ พร้อมด้วยเรื่องบรรพบุรุษ ความตาย
และการเกิดใหม่เป็นธีมสำคัญ
อภิชาติพงศ์ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้กำกับระดับแนวหน้า
เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญในทุกแขนงของการถ่ายทำภาพยนตร์
ผลงานของเขานำเสนอผ่านทางภาพที่ให้บรรยากาศเรื่อยๆ เอื่อยๆ
ไม่ได้เป็นโครงสร้างแบบแนวเส้นชัดเจน เสริมแต่งด้วยความงดงาม
ของพื้นที่ว่างและภูมิศาสตร์ คุณอภิชาติพงศ์เน้นเรื่องประเพณีชนบทที่ดูตัดกับชุมชนเมืองสมัยใหม่ เรื่องเพศทั้งต่างเพศและเพศเดียวกัน
ความเชื่อเรื่องภูตผีและวิญญาณตลอดจนเรื่องเล่าในท้องถิ่นต่างๆ
แรงบันดาลใจของเขามาจากภาพยนตร์ที่เขาเคยดูเมื่อครั้งที่เป็น
เด็กน้อยที่เติบโตในถิ่นอีสาน ละครทางโทรทัศน์ ลิเก ภาพยนตร์แนว
เอ็กซ์เพอริเมนทอลและการอ้างอิงถึงอัตชีวประวัติ
เขาผู้นี้เป็นผู้ผลิตภาพยนตร์หนึ่งในเพียงไม่กี่คนที่เคยทดลองทำ
มีเดียอาร์ท คุณอภิชาติพงศ์เคยทดลองใช้โทรศัพท์ถ่ายทำภาพยนตร์
ในชื่อ Nokia Shorts (2003) และภาพยนตร์เกี่ยวกับสึนามิชื่อ Ghost of Asia (2005) ซึ่งเขาใช้เด็กสามคนมากำกับตัวละครที่เป็นผีผู้เปล่า
เปลี่ยวตนหนึ่ง
ขณะนี้อภิชาติพงศ์ได้คิดถ่ายทำภาพยนตร์ในรูปแบบใหม่ที่เน้นการใช้นักแสดงระดับสมัครเล่นซึ่งคุณสามารถไปชมได้ที่ Jim Thompson Art Centre ผลงานชุดนี้เป็นการจัดแสดงแบบวีดีโอ
Jim Thompson Art Centre , 6 Kasemsan 2, Rama I Rd
| 02-216-7368 | 9am-5pm |
www.jimthompsonhouse.com | BTS National Stadium
1 Dec - 29 Feb, 2012
หลายชิ้นในหนึ่งเดียว รวมเรียกว่า Primitive ถ่ายทำตามสถานที่
ต่่่่่่่่่่่่่างๆ ภายในหมู่บ้านนาบัวทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในยุคทศวรรษที่ 60 หมู่บ้านนี้เคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของนักรบ
คอมมิวนิสต์ที่กลางวันเป็นชาวนา แต่เมื่อมีโอกาสก็เข้าตีกองกำลังของ
ไทยก่อนที่จะหนีเข้าไปอยู่ในป่า คุณอภิชาติพงศ์เสริมแต่งสถานการณ์ที่
สมมุติขึ้นมาเข้าไป เช่น การสร้างยานอวกาศสำหรับหนังไซไฟปลอมๆ
เพื่อเป็นการเปรียบเปรยกับความทรงจำและมรดกทางด้านสังคมและ
การเมืองจากยุคสมัยแห่งความปั่นป่วนนั้นในประวัติศาสตร์ด้วยการ
สังเกตพฤติกรรมและกิจกรรมของชาวบ้านรุ่นใหม่ที่ดูไร้ซึ่งชีวิตชีวา
oct 11 exhibition spotlight: October
Ant(arctic)a
คำว่า “polemic” มาจากคำในภาษากรีกว่า “polemikos” ซึ่งมีความหมายว่า “เป็นภัย” และมักใช้เพื่อสื่อถึงแนวคิดที่ขัดแย้งกัน แต่ในกรณีของชุดภาพถ่ายฝีมือ Stephen Eastaugh และ Carolina Furque นี้ คำว่า “polemic” มีความหมายในแบบตรงตัวซึ่งหมายถึงขั้วโลกเหนือและใต้ ซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการว่าอาร์คติกและแอนตาร์คติกนั่นเอง
ในโลกเรานี้คงมีคนเพียงจำนวนหยิบมือที่เคยได้ไปสัมผัสดินแดนแห่ง
น้ำแข็งอันสวยงามเหล่านี้ Eastaugh จากออสเตรเลีย และ Furque จาก
อาร์เจนตินา ต่างเคยเดินทางไปเยือนทั้งสองขั้วโลกมาแล้ว เพื่อบันทึกภาพอันน่าประทับใจของความว่างเปล่าอันแสนโดดเดี่ยวในดินแดนที่มีสภาพเป็นธรรมชาติสมบูรณ์แห่งท้ายๆ ของโลก
สภาพของขั้วโลกเหนือและใต้นั้นแตกต่างจากภูมิประเทศแบบเมืองร้อน
ใกล้เส้นศูนย์สูตรอย่างของประเทศไทยโดยสิ้นเชิง และไม่เอื้ออำนวยต่อการ
อยู่อาศัยของมนุษย์แต่อย่างใด แต่โชคเป็นของเราเมื่อเรามีนักเดินทางผู้กล้า
อย่าง Eastaugh ซึ่งเคยใช้ชีวิตอยู่ในดินแดนห่างไกลหลายแห่งของโลกมา
แล้ว ไปเก็บภาพความงามในพื้นที่ดังกล่าวมาให้เราได้ชมกันในแบบเบื้องลึก
หาใช่เป็นเพียงแบบเปลือกผิวเหมือนการท่องเที่ยวทั่วไป
Eastaugh เคยร่วมเดินทางตัดผ่านแม็คโรเบิร์ตสันแลนด์และอีสท์แอน-
ตาร์คติกามาแล้วหลายครั้งในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการศิลปะของAustralian Antarctic Division จนทำให้เขาได้เข้าไปนั่งทำงานอยู่ใน
สตูดิโอซึ่งเรียกได้ว่าอยู่ใต้สุดของโลก มีโอกาสได้บันทึกภาพปรากฏการณ
์ธรรมชาติที่เรียกว่า Aurora Australis อันประกอบด้วยแสงสีเกินจินตนาการ
ที่เหมือนส่งเราเข้าไปอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความฝัน ณ ที่นี้เองที่แผ่นน้ำแข็งอันไพศาลจะทำให้เราหวนคิดว่ามนุษย์เราก็เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ในโลกใบ
ใหญ่ก็เพียงเท่านั้น
La Lanta Fine Art , 245/14 Sukhumvit Soi 31 | 02-260-5381, 02-204-0583 | Tue-Sat 10am-7pm; Sun by appointment | www.lalanta.com | BTS Phrom Phong
4 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน
ในขณะที่ทางขั้วโลกเหนือนั้น Furque ก็ตระเวนเข้าไปในแถบกรีนแลนด์
พร้อมกล้อง Holga สัญชาติรัสเซียคู่ใจเพื่อบันทึกภาพนิ่งขาวดำที่ให้ความรู้สึก
มืดมิด น่าพิศวงปนเศร้าเล็กๆ ภาพของเธอเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้แก่เรา และเทคนิคการถ่ายภาพประกอบกับการล้างฟิล์มที่เธอใช้ ก็ละลายเส้นที่กั้นขวางระหว่าง
ความจริงและความฝัน ให้เราได้สัมผัสถึงอารมณ์ที่ลึกซึ้งในความทรงจำยิ่งขึ้น
แม้ว่ามนุษย์จะไม่ได้เข้าไปย่ำยีผืนแผ่นดินของขั้วโลกเหนือและใต้มากนัก
แต่พฤติกรรมของมวลมนุษยชาติโดยรวมก็ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของขั้วโลกทั้งสองแห่งนี้ เราก็ได้แต่หวังว่าทุกคนในสังคมจะเลิกใช้ทรัพยากรอย่างสิ้น
เปลืองก่อนที่ความยิ่งใหญ่ของดินแดนทั้งสองนี้จะถูกเปลี่ยนให้กลับกลายเป็น
ความรกร้างและเสื่อมถอยด้อยค่าในที่สุด
sep 11 exhibition spotlight: SEPTEMBER
-
LOLAY War edit.jpg -
LOLAY love edit.jpg -
LOLAY Sex edit.jpg
BRUISED
รอยฟกช้ำและแผลเป็นคือเครื่องตอกย้ำเตือนจิตใจว่ามนุษย์เรานั้นมีสภาพที่ไม่จีรังเพียงใด แต่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือว่าร่องรอยดังกล่าวเป็นการกระตุ้นให้ผู้ พบเห็นฉุกคิดถึงเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังและบุคคลผู้กระทำให้เกิดรอยแผล เหล่านั้นด้วย Bruised คือชื่อของชุดผลงานภาพวาดสีอะครีลิกล่าสุดของทวี-ศักด์ ศรีทองดีหรือที่รู้จักกันแพร่หลายในนามโลเล ภาพวาดชุดนี้ซึ่งมีกำหนด จัดแสดงที่ Thavibu Galleryเป็นการต่อยอดจากความประทับใจที่เขามีต่อ สภาพต่างๆ ของมนุษย์จนเลยไปถึงการตั้งข้อคำถามเกี่ยวกับการดำรงอยู่และการมีชีวิตรอดในท้ายที่สุดของมนุษย์เราด้วย
ผลงานของคุณโลเลในวัย 41 ปีผู้นี้ เคยมีการนำเสนอตามนิทรรศการต่างๆ หลายครั้ง ทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศอาทิ Fukuoka Asian Art Museum ประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ. 2005หรือที่ Fukuoka Triennale และที่ Busan Biennale ปี ค.ศ. 2010
โลเลซึ่งมีพื้นเพเดิมมาจากหัวหินเคยสร้างผลงานภาพที่มีลักษณะเป็น มนุษย์เหนือมนุษย์ อกงามเหมือนอะโดนิสในเทพนิยายกรีกโบราณ ซึ่งเป็น การเล่นกับแง่มุมของภาพลักษณ์ของร่างกายดังที่ตาเห็นได้ ร่างซึ่งดูเหมือน ตุ๊กตาที่เปลือยเปล่าแต่ไม่ปรากฏเพศนี้ดูภูมิใจกับกายภาพของตนแต่ก็ดูไม่โอ้อวดหรือออกจะเจียมอายด้วยซ้ำ ผลงานของโลเลมีทั้งภาพวาด ภาพพิมพ์และภาพเคลื่อนไหวแต่ในช่วงปีหลังๆ นี้เขาก็มีการขยายขอบข่ายของงานไป สรรค์สร้างรูปปั้นเรซินที่ดูยิ่งใหญ่น่าประทับใจอีกด้วย
ธีมแห่งความฟกช้ำนี้ถูกถ่ายทอดผ่านทางสีน้ำที่เข้มอิ่มและเชือดเฉือนอยู่บนพื้นหลังสีขาวที่ว่างเปล่า โลเลเลือกใช้ภาพที่มีเส้นสายโค้งไปมาเพื่อผ่า เปลือกนอกแห่งความเป็นป๊อปอีโรติกออกให้เห็นถึงเครื่องในที่ควบคุมและ ดำรงไว้ซึ่งชีวิตของเรา หากเปรียบเทียบกับผลงานก่อนหน้า จะเห็นได้ว่าเดิมทีโลเลเคยเลือกนำบุคคลเด่นดังจากประวัติศาสตร์มานำเสนอไม่ว่าจะเป็นฮิต- เลอร์, คานธี, ไอน์สไตน์หรือดาร์วิน แต่สำหรับ Bruised แล้วตัวบุคคลจะเป็น ใครก็ไม่ใช่ประเด็น เพราะข้อคำถามที่ถูกตั้งขึ้นมานั้นก็คือ มนุษย์นั้นเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่ด้อยนักหากจะเปรียบกับจักรวาลอันไพศาลแล้ว
THAVIBU GALLERY, Suite 308, Silom Galleria F3, 919/1 Silom Rd, Soi 19 | 02-266-5454 | Mon-Sat 11am-7pm | www.thavibu.com l BTS Surasak
หากมองในมุมหนึ่ง ผลงานของโลเลก็เป็นเหมือนมาตรวัดดีกรีของวัฒนธรรมพาณิชย์เหมือนกัน เพราะบนผิวนอกนั้นงานของเขาดูให้ความรู้สึกที่ห่างเหินและไร้อารมณ์อย่างเย็นชา คุณโลเลได้รับอิทธิพลจากเทรนด์อะนิเมชั่นและหนังสือ การ์ตูนซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มเยาวชนตามเมืองใหญ่ในเอเชีย ดูไปแล้วก็คล้ายกับผลงานแนวซูเปอร์แฟลทของ Takashi Murakami หรือการ์ตูนของ Aida Makotoหรือผลงานแฟนตาซีหลุดโลกของ Odani Motohiko เป็นต้น
aug 11 exhibition spotlight: AUGUST
Burqa - 2010
โลกตะวันตกเริ่มมองภาพมุสลิมด้วยความอคติตั้งแต่เหตุการณ์
ก่อการร้ายครั้งสำคัญที่สหรัฐอเมริกาหรือที่เรียกกันว่าเหตุการณ์
11 กันยายน เมื่อความอดทนอดกลั้นต่อความแตกต่างทางศาสนา
ถดถอย ภาพที่เราได้เห็นกันอย่างดาษดื่นมากขึ้นก็คือการปฏิบัติต่อ
ชาวมุสลิมอย่างไม่เหมาะสม โดยเฉพาะตามสนามบินต่างๆ สิทธิ-
มนุษยชนที่เขาเหล่านั้นควรจะมีก็ถูกริดรอนไปด้วยเช่นกัน ในปี ค.ศ. 2010 รัฐบาลฝรั่งเศสได้ออกกฎหมายห้ามมิให้สตรีชาวมุสลิมสวม
ผ้าคลุมศีรษะแบบที่ปิดทั้งใบหน้าแม้แต่ในกรุงเทพมหานคร ในปีนี้เองก็มีนักเรียนมัธยมศึกษาหญิงหลายคนถูกห้ามสวมผ้าคลุมศีรษะไป
เรียนหนังสือที่โรงเรียนซึ่งตั้งอยู่ในเขตพุทธด้วยเช่นกัน
อำพรรณี สะเตาะ วัย 28 ปี จากจังหวัดปัตตานีเป็นนักศึกษาด้าน
การถ่ายภาพอยู่ที่ฝรั่งเศสขณะที่กฎหมายห้ามสวมผ้าคลุมศีรษะ
ดังกล่าวออกมาพอดี ความที่เธอเป็นสตรีชาวมุสลิมจึงเกิดความคิดท
ี่จะแสดงการคัดค้านกฎหมายดังกล่าวด้วยชุดภาพถ่ายชื่อ Burqa
ตัวเธอเดินทางกลับมายังประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้้และเข้าสอน
วิชาการถ่ายภาพที่มหาวิทยาลัยรังสิต สำหรับภาพถ่ายชุดนี้ก็จัด
แสดงให้ชมแล้วที่ Kathmandu Photo Gallery
ภาพถ่ายสีทั้ง 9 ภาพเป็นภาพของสตรีสวมผ้าคลุมศีรษะที่จัดวาง
องค์ประกอบอย่างเรียบง่ายโดยมีฉากหลังแตกต่างกันไป โดยให้สตรีนางแบบยืนอยู่คนเดียวหน้าแลนด์มาร์คที่สำคัญชองปารีส อย่างหอ-
ไอเฟลและประตูชัย รวมไปถึงหน้าโครงสร้างอาคารเก่าสไตล์โรมัน
หรือยืนอยู่ระหว่างตึกที่้เห็นเมืองเป็นฉากหลัง และหน้าชายฝั่งทะเล
สีครามเห็นขอบฟ้าอยู่ไกลๆ ผ้าคลุมแต่ละผืนมีโทน สีแดง ขาวและ
น้ำเงิน ตามสีธงชาติของฝรั่งเศส ทั้งหมดดูพริ้วไสวและสดใสภายใต้
แสงแห่งวัน จนดูเป็นจุดสนใจที่เด่นชัดอยู่ในภาพ
Kathmandu Photo Gallery, 87 Soi Pan, Silom Rd |
02-234-6700 | Tue-Sun 11am-7pm | www.kathmandu-bkk.com l BTS Chong Nonsi
6 สิงหาคม – 25 กันยายน
ตั้งแต่เด็ก อำพรรณี เคยกล่าวว่าภาพแนวสตรีทของ Henri Cartier-Bresson มีอิทธิพลต่อแนวการถ่ายภาพของเธอมาก และ ในปี 1948
ช่างภาพชาวฝรั่งเศสผู้ล่วงลับท่านนี้ก็เคยถ่ายภาพหญิง สวมผ้าคลุมศีรษะกลุ่มหนึ่งสวดภาวนาร่วมกันขณะดวงอาทิตย์ขึ้นบนยอดเขาในแคชเมียร์
ประเทศอินเดีย แต่ในปัจจุบัน หลังเหตุการณ์ 11 กันยายนนี้ภาพของ
หญิงหรือชายชาวมุสลิมที่แต่งกายตามประเพณีของตน กลับถูกมองด้วยความเคลือบแคลงใจและหวาดกลัว ชุดภาพของอำพรรณีมีจุดประสงค์
ในการขจัดความคิดเช่นนี้และย้ำเตือนอีกครั้งหนึ่งถึงเสรีภาพและ
ความเท่าเทียมกันของแต่ละบุคคล
jul 11 exhibition spotlight: JULY
jun 11 exhibition spotlight: JUNE
may 11 exhibition spotlight: may
apr11 exhibition spotlight: aprilแม้เราจะได้เห็นความพยายามของรัฐบาลในการ
mar 11 exhibition spotlight: marchแม้เราจะได้เห็นความพยายามของรัฐบาลในการ